ประกันภัย D&O คุ้มครองกรรมการและผู้บริหาร

73 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ประกันภัย D&O คุ้มครองกรรมการและผู้บริหาร


ประกันภัยความรับผิดของกรรมการและผู้บริหารบริษัท D&O
คุ้มครองกรรมการและผู้บริหาร เมื่อการตัดสินใจทางธุรกิจกลายเป็นข้อเรียกร้อง คดีความ หรือการสอบสวนในโลกธุรกิจ การตัดสินใจของกรรมการและผู้บริหารไม่ได้มีแค่ “อำนาจ” แต่มี “ความรับผิด” ตามมาด้วยเสมอเพียงการตัดสินใจที่ถูกมองว่าผิดพลาด การละเลยหน้าที่ การให้ข้อมูลคลาดเคลื่อน หรือการบริหารงานที่ทำให้ผู้ถือหุ้น คู่ค้า ลูกค้า หรือหน่วยงานกำกับดูแลได้รับความเสียหาย อาจนำไปสู่การฟ้องร้อง เรียกร้องค่าเสียหาย หรือการสอบสวนได้
ประกันภัยความรับผิดของกรรมการและผู้บริหารบริษัท หรือ D&O Insurance คือแผนประกันที่ช่วยคุ้มครองกรรมการ ผู้บริหาร และบุคคลที่เกี่ยวข้องตามเงื่อนไขกรมธรรม์ จากความรับผิดตามกฎหมายที่เกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะผู้บริหารขององค์กร โดยเอกสารเทรนนิ่งระบุว่า D&O คุ้มครองตัวบุคคลในฐานะกรรมการและคณะผู้บริหาร และสามารถขยายความคุ้มครองตัวบริษัทเฉพาะบางกรณี เช่น การเรียกร้องเกี่ยวกับหลักทรัพย์และการละเมิดหลักปฏิบัติการจ้างงาน

D&O Insurance คืออะไร?
D&O Insurance คือประกันภัยที่คุ้มครอง ความสูญเสียของผู้เอาประกันภัย อันเป็นผลจากการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนที่เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในระหว่างปีกรมธรรม์                          จากการกระทำมิชอบของผู้เอาประกันภัยในฐานะกรรมการหรือผู้บริหารบริษัท พูดให้ง่ายขึ้นคือ D&O คือเกราะป้องกันผู้บริหารในวันที่การตัดสินใจทางธุรกิจถูกตั้งคำถาม
เพราะในความเป็นจริง ผู้บริหารอาจไม่ได้ถูกฟ้องเพราะ “ทุจริต”สมอไป แต่อาจถูกฟ้องเพราะถูกกล่าวหาว่า

  • ตัดสินใจผิดพลาด
  • ละเลยหน้าที่
  • บกพร่องในการควบคุมดูแล
  • ให้ข้อมูลคลาดเคลื่อน
  • ใช้อำนาจโดยไม่เหมาะสม
  • ทำให้บริษัท ผู้ถือหุ้น พนักงาน หรือลูกค้าได้รับความเสียหาย

ใครคือผู้ที่ได้รับความคุ้มครอง?
ตามโครงสร้างความคุ้มครอง D&O สามารถคุ้มครองบุคคลสำคัญขององค์กร เช่น
กลุ่มผู้ได้รับความคุ้มครอง

  • กรรมการบริษัท   ทั้งอดีต ปัจจุบัน และอนาคต ตามเงื่อนไขกรมธรรม์
  • ผู้บริหารระดับสูง   เจ้าหน้าที่บริหาร หรือผู้มีอำนาจตัดสินใจ
  • พนักงานบางตำแหน่ง   กรณีถูกฟ้องร่วมกับกรรมการหรือผู้บริหาร
  • คู่สมรส / ทายาท / ผู้จัดการมรดก   เฉพาะกรณีที่เกี่ยวข้องกับความรับผิดของผู้บริหาร
  • บริษัทย่อย   หากมีการขยายความคุ้มครองตามกรมธรรม์
  • ตัวบริษัท   เฉพาะบางกรณี เช่น Securities Claim หรือ Employment Practices Liability

ตัวอย่าง Claim ที่อาจเกิดขึ้น
ใน D&O คำว่า Claim ไม่ได้หมายถึง “คดีที่ศาลตัดสินแล้ว” เท่านั้น แต่สามารถเริ่มตั้งแต่การมีหนังสือเรียกร้อง หรือการถูกสอบสวนในบางกรณี

  • หนังสือเรียกร้อง   คู่กรณีส่งจดหมายเรียกร้องค่าเสียหาย
  • คดีแพ่ง / คดีปกครอง / คดีอาญา   ผู้บริหารถูกฟ้องจากการปฏิบัติหน้าที่
  • การเรียกร้องเกี่ยวกับหลักทรัพย์   ผู้ถือหุ้นหรือนักลงทุนกล่าวหาว่าข้อมูลคลาดเคลื่อน
  • การสืบสวนสอบสวน   หน่วยงานกำกับดูแลเรียกตรวจสอบ
  • คดีหมิ่นประมาท   ข้อพิพาทจากการสื่อสารหรือการบริหารงาน
  • การส่งผู้ร้ายข้ามแดน   กรณีมีประเด็นระหว่างประเทศตามเงื่อนไขกรมธรรม์

Wrongful Act คืออะไร?
Wrongful Act คือการกระทำที่เกิดขึ้นจริง หรือถูกกล่าวหา ว่าเป็นความผิดพลาด การละเว้น การละเลยหน้าที่ การทำผิดหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย การแถลงข้อความอันเป็นเท็จ หรือการแถลงที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิดในฐานะกรรมการหรือผู้บริหารบริษัท

จุดสำคัญคือ : ไม่จำเป็นต้องผิดจริงตั้งแต่ต้น แค่ถูกกล่าวหา ก็อาจต้องมีค่าใช้จ่ายในการต่อสู้คดีแล้ว
นี่คือเหตุผลที่ D&O สำคัญกับผู้บริหาร เพราะค่าใช้จ่ายในการปกป้องตัวเองอาจเกิดขึ้นก่อนที่ศาลจะตัดสินว่าใครถูกหรือผิด

Loss หรือความสูญเสีย คุ้มครองอะไรบ้าง?
  - ค่าเสียหายที่ต้องรับผิดชอบ จำนวนเงินที่ผู้บริหารอาจต้องรับผิดตามกฎหมาย
  - ค่าต่อสู้คดี   ค่าใช้จ่ายทนายความและกระบวนการทางกฎหมาย
  - ดอกเบี้ย   ดอกเบี้ยที่เกี่ยวข้องกับความรับผิดตามเงื่อนไข
  - ค่าปรับทางแพ่ง / ทางปกครอง  เฉพาะส่วนที่สามารถเอาประกันภัยได้ตามกฎหมายและเงื่อนไขกรมธรรม์

ตัวอย่างเหตุการณ์ที่ D&O มีความสำคัญ
D&O เหมาะกับองค์กรที่มีความเสี่ยงจากการบริหารและการตัดสินใจ เช่น

  • ผู้บริหารถูกกล่าวหาว่าตัดสินใจผิดพลาด
  • กรรมการถูกฟ้องจากการบกพร่องในการควบคุมดูแล
  • บริษัทมีข้อพิพาทกับผู้ถือหุ้นหรือนักลงทุน
  • มีการเลิกจ้างที่ถูกกล่าวหาว่าไม่เป็นธรรม
  • มีการให้ข้อมูลคลาดเคลื่อนจนเกิดความเสียหายในการลงทุน
  • ถูกกล่าวหาว่าละเมิดกฎระเบียบของภาครัฐหรือหน่วยงานกำกับ
  • เกิดคดีหมิ่นประมาทจากการบริหารหรือการสื่อสาร
  • นิติบุคคลอาคารชุดถูกกล่าวหาว่าบริหารงานไม่ถูกต้อง

 ธุรกิจแบบไหนควรพิจารณาทำ D&O?

  • บริษัทจำกัดที่มีกรรมการหลายคน   ลดความเสี่ยงส่วนบุคคลของกรรมการ
  • บริษัทมหาชน / บริษัทจดทะเบียน   มีความเสี่ยงจากผู้ถือหุ้น นักลงทุน และหน่วยงานกำกับ
  • บริษัทที่มีผู้ถือหุ้นหลายกลุ่ม   ลดความเสี่ยงจากข้อพิพาทภายใน
  • ธุรกิจที่มีแผนระดมทุน / ขายหุ้น / M&A   ความเสี่ยงจากการเปิดเผยข้อมูลและการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์
  • องค์กรที่มีพนักงานจำนวนมาก   มีความเสี่ยงจากข้อพิพาทด้านแรงงาน
  • นิติบุคคลอาคารชุด   กรรมการและผู้จัดการนิติบุคคลอาจถูกฟ้องจากการบริหารงาน
  • ธุรกิจที่มีหน่วยงานรัฐกำกับ   มีโอกาสถูกตรวจสอบหรือถูกเรียกข้อมูล

ข้อยกเว้นหลักที่ควรรู้
D&O ไม่ได้คุ้มครองทุกกรณี โดยตัวอย่างข้อยกเว้นหลัก ได้แก่

  1. การกระทำผิดทางอาญา  การกระทำผิดโดยชัดเจนตามกฎหมายอาญา
  2. การกระทำไม่สุจริต / ฉ้อโกง   การกระทำโดยเจตนาทุจริต
  3. Prior Claims and Circumstances  การเรียกร้องหรือเหตุการณ์ที่มีอยู่ก่อนเอาประกันภัย
  4. Bodily Injury and Property Damage  การบาดเจ็บทางร่างกายและความเสียหายต่อทรัพย์สิน
  5. Professional Services Exclusion   ความเสียหายจากการให้บริการทางวิชาชีพ
เอกสารที่ใช้ประกอบการขอข้อเสนอ
  1. ใบคำขอเอาประกันภัย D&Oต้องกรอกข้อมูลและลงนามโดยผู้มีอำนาจ
  2. รายงานประจำปีล่าสุดถ้ามี
  3. งบการเงินล่าสุดใช้ประกอบการพิจารณารับประกันภัย
  4. หนังสือรับรองบริษัทข้อมูลจดทะเบียนล่าสุด
  5. รายชื่อกรรมการและผู้บริหารใช้ตรวจสอบโครงสร้างผู้เอาประกันภัย
  6. โครงสร้างผู้ถือหุ้นโดยเฉพาะผู้ถือหุ้นตั้งแต่ 15% ขึ้นไป
  7. ข้อมูลบริษัทย่อยหากต้องการขยายความคุ้มครอง
  8. ประวัติกรมธรรม์เดิมD&O / PI / Fidelity หากเคยมี
  9. ประวัติเคลมหรือข้อพิพาทย้อนหลัง อย่างน้อย 5 ปี หรือตามที่บริษัทประกันภัยกำหนด
คำถามเพิ่มเติมประกอบการขอออกข้อเสนอ
บริษัทประกันภัยมักพิจารณาข้อมูลสำคัญ เช่น
  1. บริษัทประกอบธุรกิจอะไร
  2. ดำเนินกิจการมากี่ปี
  3. มีการควบรวม ซื้อกิจการ หรือเปลี่ยนโครงสร้างทุนใน 5 ปีที่ผ่านมาหรือไม่
  4. มีแผนควบรวม ซื้อกิจการ หรือเปลี่ยนโครงสร้างทุนหรือไม่
  5. มีการเปลี่ยนแปลงงบการเงินย้อนหลังหรือไม่
  6. ต้องการวงเงินคุ้มครองเท่าไร
  7. มีจำนวนกรรมการ ผู้บริหาร พนักงานเท่าไร
  8. มีฝ่าย HR และคู่มือพนักงานหรือไม่
  9. มีประวัติถูกฟ้อง ถูกสอบสวน หรือมีข้อเรียกร้องใน 5 ปีที่ผ่านมาหรือไม่
  10. เคยถูกบริษัทประกันภัยปฏิเสธ ยกเลิก หรือไม่ต่ออายุ D&O หรือไม่
FAQ 
1.D&O จำเป็นกับบริษัทเล็กไหม?
จำเป็นในกรณีที่บริษัทมีกรรมการหลายคน มีผู้ถือหุ้นหลายกลุ่ม มีพนักงานจำนวนมาก หรือมีการตัดสินใจที่อาจกระทบคู่ค้า ลูกค้า พนักงาน หรือผู้ถือหุ้น เพราะความเสี่ยงของ D&O ไม่ได้ขึ้นกับขนาดบริษัทเท่านั้น แต่ขึ้นกับลักษณะการบริหารและความรับผิดของกรรมการ

2.ถ้าบริษัทไม่มีความเสี่ยง ต้องทำ D&O ไหม?
หลายครั้งความเสี่ยงไม่ได้เกิดจากการตั้งใจทำผิด แต่เกิดจากการถูกกล่าวหา เช่น ตัดสินใจผิด ละเลยหน้าที่ หรือให้ข้อมูลไม่ครบ เมื่อเกิดข้อพิพาท ค่าใช้จ่ายในการต่อสู้คดีอาจเกิดขึ้นทันที

3. D&O คุ้มครองบริษัทหรือคุ้มครองผู้บริหาร?
หลักสำคัญคือคุ้มครองตัวกรรมการและผู้บริหาร แต่บางกรมธรรม์สามารถขยายความคุ้มครองถึงตัวบริษัทเฉพาะบางกรณี เช่น การเรียกร้องเกี่ยวกับหลักทรัพย์ หรือการละเมิดหลักปฏิบัติการจ้างงาน ตามเงื่อนไขกรมธรรม์

4. ต้องใช้เอกสารอะไรในการขอราคา?
โดยทั่วไปต้องใช้ใบคำขอ D&O งบการเงินล่าสุด รายงานประจำปีถ้ามี รายชื่อกรรมการ/ผู้บริหาร โครงสร้างผู้ถือหุ้น ข้อมูลบริษัทย่อย และประวัติเคลมหรือข้อพิพาทย้อนหลัง

5. D&O คุ้มครองการทุจริตไหม?
โดยทั่วไป การกระทำที่ไม่สุจริต ฉ้อโกง หรือผิดอาญาโดยเจตนา มักเป็นข้อยกเว้นหลัก แต่ความคุ้มครองอาจช่วยเรื่องค่าใช้จ่ายในการต่อสู้คดีในช่วงที่ยังเป็นเพียงข้อกล่าวหา ทั้งนี้ขึ้นกับเงื่อนไขกรมธรรม์
การเป็นกรรมการหรือผู้บริหาร คือการยืนอยู่หน้าความเสี่ยงแทนองค์กรอย่ารอให้มีหนังสือเรียกร้องหรือคดีความก่อนค่อยเริ่มมองหาเกราะป้องกันให้ Asinlife ช่วยวิเคราะห์ความเสี่ยง และวางแผนประกันภัย D&O ให้เหมาะกับองค์กรของคุณ LINE: @Asinlife  | 095 952 6514 | ดาวน์โหลดใบคำขอข้อเสนอ  Asinlife ประกันภัยง่าย ครบ จบที่เรา

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้