ประกันร้านซักอบรีด 24 ชั่วโมง | Tokio SME Sabai ซัก

92 จำนวนผู้เข้าชม  | 

Banner ประกันภัย SME Package

คุ้มครองร้าน เครื่องซัก – อบ เสื้อผ้าลูกค้า เงินเหรียญ และรายได้ของธุรกิจ เพราะร้านที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมง ความเสี่ยงก็ทำงานตลอดเวลาเช่นกัน
ประกันร้านซักอบรีด 24 ชั่วโมง ทำไมจึงจำเป็น?
ร้านซักอบรีดแบบบริการตนเองเป็นธุรกิจที่ต้องใช้เครื่องจักร มีกระแสไฟฟ้า ความร้อน ระบบน้ำ และเปิดให้บริการต่อเนื่องตลอดวัน
แม้ร้านจะไม่มีพนักงานประจำอยู่ตลอดเวลา แต่ความเสี่ยงยังเกิดขึ้นได้เสมอ เช่น
  • ไฟฟ้าลัดวงจรหรือไฟไหม้
  • เครื่องซักผ้าหรือเครื่องอบผ้าขัดข้อง
  • ท่อน้ำแตกจนทรัพย์สินเสียหาย
  • เงินเหรียญในเครื่องถูกโจรกรรม
  • เสื้อผ้าของลูกค้าเสียหายระหว่างใช้บริการ
  • ร้านต้องหยุดดำเนินกิจการและสูญเสียรายได้
SME Sabai ซัก จึงถูกออกแบบมาเฉพาะสำหรับร้านซักอบรีด 24 ชั่วโมง โดยรวมความคุ้มครองทรัพย์สิน เครื่องจักร ความรับผิด และรายได้ของธุรกิจไว้ในกรมธรรม์เดียว
ความคุ้มครองหลักของ SME Sabai ซัก
1. ประกันภัยความเสี่ยงภัยทรัพย์สินทุกชนิด
คุ้มครองความสูญเสียหรือความเสียหายทางกายภาพต่อทรัพย์สินที่เอาประกันภัยจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยฉับพลันและไม่อยู่ในข้อยกเว้นของกรมธรรม์ เช่น
  • ไฟไหม้
  • ฟ้าผ่า
  • ภัยระเบิด
  • ความเสียหายจากน้ำ เช่น ท่อน้ำแตก
  • ลมพายุ
  • แผ่นดินไหว
  • ลูกเห็บ
  • อุบัติเหตุจากปัจจัยภายนอกอื่นที่ไม่อยู่ในข้อยกเว้น
ภัยลมพายุ แผ่นดินไหว และลูกเห็บ คุ้มครองภัยละไม่เกิน 50% ของทุนประกันภัย ส่วนภัยน้ำท่วมคุ้มครองสูงสุด 20,000 บาท และสามารถขอซื้อความคุ้มครองเพิ่มเติมได้ตามเงื่อนไขการรับประกันภัย
ความคุ้มครองที่ออกแบบเฉพาะสำหรับร้านซักอบรีด
1. เครื่องจักรขัดข้อง
คุ้มครองความเสียหายของเครื่องซักผ้าและเครื่องอบผ้าจากการขัดข้องของระบบกลไกหรือระบบภายใน ตามเงื่อนไขกรมธรรม์

วงเงินสูงสุด 100,000 บาทต่อปี

อย่างไรก็ตาม เครื่องเสียจากการสึกหรอตามอายุ การขาดการบำรุงรักษา หรือเหตุที่อยู่ในข้อยกเว้น อาจไม่ได้รับความคุ้มครอง จึงควรตรวจสอบรายละเอียดก่อนทำประกันภัย

2. เสื้อผ้าของลูกค้าเสียหาย
คุ้มครองเสื้อผ้าหรือเครื่องนุ่งห่มของลูกค้าที่ได้รับความเสียหายระหว่างใช้บริการในเครื่องซักหรือเครื่องอบภายในร้าน
  • สูงสุด 100 บาทต่อชิ้น
  • สูงสุด 1,000 บาทต่อเครื่อง
  • รวมสูงสุด 100,000 บาทต่อปี
3. เงินเหรียญถูกโจรกรรม
คุ้มครองการโจรกรรมเงินเหรียญภายในตู้เครื่องซักผ้า เครื่องอบผ้า หรือตู้แลกเหรียญ

วงเงินรวมสูงสุด 300,000 บาทต่อปี

4. เงินชดเชยการสูญเสียรายได้
กรณีร้านไม่สามารถเปิดดำเนินกิจการได้ เนื่องจากความเสียหายที่เกิดจากภัยภายใต้ความคุ้มครองหลักของกรมธรรม์ สามารถรับเงินชดเชยการสูญเสียรายได้ได้

ระยะเวลาชดเชยสูงสุด 3 เดือน
ความคุ้มครองเพิ่มเติมที่สามารถพิจารณาได้
เจ้าของร้านสามารถเลือกความคุ้มครองเพิ่มเติมให้ตรงกับลักษณะและจุดเสี่ยงของกิจการ เช่น
  • ประกันภัยโจรกรรม
  • ประกันภัยเงิน
  • ประกันภัยป้ายโฆษณา
  • ประกันภัยเครื่องจักร
  • ประกันภัยความรับผิดต่อบุคคลภายนอก
  • เพิ่มวงเงินภัยน้ำท่วม
  • ความคุ้มครองอื่นตามหลักเกณฑ์ของบริษัทประกันภัย
การเลือกความคุ้มครองควรพิจารณาจากสถานที่ตั้งร้าน จำนวนเครื่องจักร มูลค่าทรัพย์สิน ระบบรับชำระเงิน และสภาพแวดล้อมโดยรอบ
ควรกำหนดทุนประกันภัยเท่าไร?
ทุนประกันภัยควรใกล้เคียงกับมูลค่าทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบกิจการ โดยพิจารณาจาก
  • เครื่องซักผ้าและเครื่องอบผ้า
  • เครื่องแลกเหรียญหรือระบบรับชำระเงิน
  • ระบบไฟฟ้า ระบบน้ำ และอุปกรณ์ควบคุม
  • เฟอร์นิเจอร์และอุปกรณ์ภายในร้าน
  • งานตกแต่ง ป้าย และส่วนปรับปรุงอาคาร
  • ทรัพย์สินอื่นที่เป็นของผู้ประกอบการ
  • ตัวอาคาร กรณีผู้ประกอบการเป็นเจ้าของและต้องการเอาประกันภัย
ไม่ควรกำหนดทุนต่ำกว่ามูลค่าทรัพย์สินจริงมากเกินไป เพราะอาจมีผลต่อจำนวนค่าสินไหมทดแทนเมื่อเกิดความเสียหาย
ใครเหมาะกับประกันภัยนี้?
  • ร้านสะดวกซักหรือร้านซักผ้าหยอดเหรียญ
  • ร้านซักอบรีดที่เปิดบริการ 24 ชั่วโมง
  • เจ้าของแฟรนไชส์ร้านสะดวกซัก
  • ผู้ประกอบการที่มีเครื่องซักและเครื่องอบหลายเครื่อง
  • เจ้าของร้านที่ไม่มีพนักงานประจำตลอดเวลา
  • ร้านที่มีเงินเหรียญหรือเงินสดอยู่ภายในเครื่อง
  • ผู้ประกอบการที่ต้องพึ่งพารายได้จากการเปิดร้านต่อเนื่อง
 ตัวอย่างสถานการณ์ความเสี่ยง
เครื่องอบผ้าขัดข้อง
ร้านมีเครื่องอบผ้าหลายเครื่องทำงานต่อเนื่องตลอดวัน หากระบบภายในเกิดความเสียหาย ร้านอาจต้องรับภาระค่าซ่อมและสูญเสียรายได้ระหว่างหยุดใช้งาน

ท่อน้ำแตกภายในร้าน
น้ำจากท่อแตกอาจทำให้ระบบไฟฟ้า พื้น ผนัง เครื่องจักร และทรัพย์สินภายในร้านได้รับความเสียหาย

เงินเหรียญในตู้ถูกโจรกรรม
ร้านที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมงโดยไม่มีพนักงานเฝ้าประจำ อาจมีความเสี่ยงต่อการงัดตู้แลกเหรียญหรือช่องเก็บเงิน

ไฟไหม้จนต้องปิดร้าน
นอกจากทรัพย์สินและเครื่องจักรเสียหายแล้ว เจ้าของร้านยังอาจสูญเสียรายได้ระหว่างซ่อมแซมและฟื้นฟูกิจการ
คำถามที่ควรถามก่อนซื้อ
  1. ทุนประกันภัยครอบคลุมมูลค่าเครื่องจักรและงานตกแต่งทั้งหมดหรือไม่
  2. เครื่องจักรแต่ละเครื่องมีอายุและประวัติการบำรุงรักษาอย่างไร
  3. ร้านอยู่ในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมหรือไม่
  4. วงเงินภัยน้ำท่วม 20,000 บาทเพียงพอหรือควรซื้อเพิ่ม
  5. ร้านใช้เงินเหรียญ เงินสด หรือระบบชำระเงินประเภทใด
  6. ต้องการความคุ้มครองความรับผิดต่อบุคคลภายนอกเพิ่มเติมหรือไม่
  7. หากร้านต้องหยุดกิจการ วงเงินชดเชยรายได้เพียงพอกับค่าใช้จ่ายหรือไม่
  8. มีร้านหลายสาขาหรือหลายสถานที่เอาประกันภัยหรือไม่
คำถามที่พบบ่อย
เครื่องซักผ้าเสียทุกกรณีคุ้มครองหรือไม่?
ไม่ใช่ทุกกรณี ความคุ้มครองขึ้นอยู่กับสาเหตุของความเสียหายและข้อยกเว้น เช่น การสึกหรอตามอายุหรือการขาดการดูแลรักษาอาจไม่อยู่ในความคุ้มครอง

น้ำท่วมคุ้มครองเท่าไร?
แผนมาตรฐานระบุวงเงินภัยน้ำท่วมสูงสุด 20,000 บาท และสามารถขอซื้อวงเงินเพิ่มเติมได้ตามหลักเกณฑ์ของผู้รับประกันภัย

เสื้อผ้าลูกค้าเสียหายได้รับการชดเชยหรือไม่?
มีความคุ้มครองตามวงเงินที่กำหนด ได้แก่ 100 บาทต่อชิ้น 1,000 บาทต่อเครื่อง และรวมสูงสุด 100,000 บาทต่อปี

ร้านปิดเพราะเครื่องเสีย จะได้รับค่าชดเชยรายได้หรือไม่?
เงินชดเชยการสูญเสียรายได้ต้องเกิดจากภัยที่อยู่ภายใต้ความคุ้มครองหลักของกรมธรรม์ ไม่ได้หมายความว่าการหยุดกิจการทุกสาเหตุจะได้รับการชดเชย
ร้านเปิดตลอด 24 ชั่วโมง ความคุ้มครองก็ควรพร้อมตลอด 24 ชั่วโมง ให้ Asinlife ช่วยวิเคราะห์มูลค่าทรัพย์สิน เลือกทุนประกันภัย และจัดความคุ้มครองให้เหมาะกับร้านของคุณ LINE: @Asinlife  | 095 952 6514   |   ดาวน์โหลดโบชัวร์แผนประกัน Tokio Sabai ซัก     |   Asinlife ประกันภัยง่าย ครบ จบที่เรา
ความคุ้มครองหลัก1  | ความคุ้มครองหลัก2  | ความคุ้มครองเสริม  | ตารางเบี้ยประกันภัย
หมายเหตุ: บทความนี้เป็นเพียงข้อมูลสรุปเบื้องต้น ความคุ้มครองจริงเป็นไปตามข้อกำหนด เงื่อนไข ข้อยกเว้น และการพิจารณารับประกันภัยของบริษัทผู้รับประกันภัย

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้