ประกันรถยนต์ออนไลน์ ชั้น 1, 2+, 3+ และ พ.ร.บ.

2269 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ประกันรถยนต์ออนไลน์ ชั้น 1, 2+, 3+ และ พ.ร.บ.

ประกันรถยนต์ออนไลน์ เลือกชั้น 1, 2+, 3+ หรือ พ.ร.บ. แบบไหนดี?
การเลือกประกันรถยนต์ไม่ควรดูเฉพาะว่า “เบี้ยถูกที่สุดเท่าไร” แต่ต้องพิจารณาว่า ความคุ้มครองนั้นเหมาะกับมูลค่ารถ อายุรถ รูปแบบการใช้งาน และความเสี่ยงของผู้ขับขี่หรือไม่
เพราะประกันที่เบี้ยถูก แต่ไม่คุ้มครองความเสี่ยงสำคัญ อาจทำให้เจ้าของรถต้องรับภาระค่าเสียหายจำนวนมากเมื่อเกิดอุบัติเหตุ
การซื้อประกันรถยนต์ออนไลน์จึงควรเริ่มจากการ เปรียบเทียบความคุ้มครอง เงื่อนไข และบริการสินไหม ก่อนตัดสินใจเลือกบริษัทหรือแผนประกัน
พ.ร.บ. กับประกันรถยนต์ภาคสมัครใจต่างกันอย่างไร?
พ.ร.บ. รถยนต์ เป็นประกันภัยภาคบังคับ เน้นคุ้มครองความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของผู้ประสบภัยจากรถ แต่ไม่ได้คุ้มครองค่าซ่อมรถของเราและ                          ทรัพย์สินของบุคคลภายนอก
ส่วน ประกันรถยนต์ภาคสมัครใจ เช่น ชั้น 1, 2+, 3+ และชั้น 3 ช่วยเพิ่มความคุ้มครองทั้งความรับผิดต่อบุคคลภายนอกและความเสียหายต่อรถตามประเภทที่เลือก
ดังนั้น พ.ร.บ. และประกันภาคสมัครใจจึงทำหน้าที่คนละส่วน และควรมีควบคู่กัน
 

ความคุ้มครองสำคัญของ พ.ร.บ.

  • ค่าเสียหายเบื้องต้นกรณีบาดเจ็บ ไม่เกิน 30,000 บาทต่อคน
  • ค่ารักษาพยาบาลตามความเสียหายจริง ไม่เกิน 80,000 บาทต่อคน
  • เสียชีวิตหรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง 500,000 บาทต่อคน
  • สูญเสียอวัยวะหรือทุพพลภาพถาวร 200,000–500,000 บาทต่อคน
  • เงินชดเชยผู้ป่วยในวันละ 200 บาท สูงสุด 20 วัน
  • ความคุ้มครองรวมสูงสุดตามรายการที่กำหนด 504,000 บาทต่อคน และไม่เกิน 20 ล้านบาทต่ออุบัติเหตุหนึ่งครั้ง

สิทธิที่ได้รับจริงขึ้นอยู่กับสถานะของผู้ประสบภัย ผลการพิจารณาความรับผิด และเงื่อนไขกรมธรรม์

 
ประกันรถยนต์ภาคสมัครใจมาตรฐานแบ่งเป็นประเภท 1, 2, 3, 4 และประเภท 5 ซึ่งรวมแบบ 2+ และ 3+ โดย 2+ และ 3+ จะเพิ่มความคุ้มครองรถคันเอาประกันภัยกรณีชนกับยานพาหนะทางบกตามเงื่อนไขที่กำหนด อ้างอิงข้อมูลเพิ่มเติม

หมายเหตุ: ความคุ้มครองภัยน้ำท่วม ภัยธรรมชาติ ค่าเสียหายส่วนแรก และเงื่อนไขการชนมีคู่กรณีอาจแตกต่างกันในแต่ละแผน ต้องตรวจสอบตารางกรมธรรม์และเอกสารแนบท้ายก่อนซื้อ
 

เลือกประกันประเภทไหนดี?

เลือกชั้น 1 เมื่อ
รถยังใหม่ มีมูลค่าสูง อยู่ระหว่างผ่อน หรือใช้งานเป็นประจำ เหมาะกับผู้ที่ต้องการความคุ้มครองความเสียหายต่อตัวรถอย่างครอบคลุม รวมถึงอุบัติเหตุที่ไม่มีคู่กรณีตามเงื่อนไขกรมธรรม์

เลือก 2+ เมื่อ
รถมีอายุหลายปีแต่ยังมีมูลค่า ต้องการความคุ้มครองรถสูญหาย ไฟไหม้ และความเสียหายจากการชนกับยานพาหนะทางบก โดยมีงบต่ำกว่าประกันชั้น 1

เลือก 3+ เมื่อ
ต้องการคุ้มครองความรับผิดต่อบุคคลภายนอก และต้องการให้รถของเราได้รับความคุ้มครองเมื่อชนกับยานพาหนะทางบกตามเงื่อนไข แต่ไม่เน้นความคุ้มครองสูญหายหรือไฟไหม้

เลือกชั้น 3 เมื่อ
รถมีมูลค่าไม่สูง ใช้งานไม่บ่อย และเจ้าของรถสามารถรับผิดชอบค่าซ่อมรถของตนเองได้ แต่ยังต้องการความคุ้มครองความเสียหายที่อาจเกิดกับบุคคลภายนอก

เรื่องสำคัญของประกันรถยนต์ในปี 2569
1. กรมธรรม์รถยนต์สันดาปแบบระบุชื่อผู้ขับขี่
รูปแบบกรมธรรม์รถยนต์สันดาปใหม่กำหนดให้ระบุชื่อผู้ขับขี่ และเริ่มใช้กับรถยนต์สันดาปทั้งระบบตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 ผู้ขอประกันจึงควรเตรียมข้อมูลผู้ขับขี่ประจำและประวัติการขับขี่ให้ครบถ้วน

2. เพิ่มวงเงินความรับผิดต่อชีวิตและร่างกายบุคคลภายนอก
กรมธรรม์รถยนต์ภาคสมัครใจที่ทำสัญญาใหม่ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 กำหนดความคุ้มครองความรับผิดต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของบุคคลภายนอกขั้นต่ำไม่น้อยกว่า 20 ล้านบาทต่ออุบัติเหตุหนึ่งครั้ง

3. พ.ร.บ. รองรับกรมธรรม์อิเล็กทรอนิกส์
ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 บริษัทประกันภัยต้องจัดทำและออกกรมธรรม์ พ.ร.บ. ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ เว้นแต่ผู้เอาประกันภัยประสงค์รับเอกสารสิ่งพิมพ์ โดยผู้เอาประกันภัยสามารถตรวจสอบข้อมูลกรมธรรม์ผ่านระบบของ คปภ. ได้
 

ข้อมูลที่ควรเตรียมเพื่อขอเปรียบเทียบเบี้ย

  1. ยี่ห้อ รุ่น และปีจดทะเบียนรถ
  2. เลขทะเบียนและจังหวัด
  3. ประเภทการใช้งานรถ
  4. ชื่อและข้อมูลผู้ขับขี่ประจำ
  5. ประวัติการเคลมหรือส่วนลดประวัติดี
  6. บริษัทเดิมและวันหมดอายุกรมธรรม์
  7. ต้องการซ่อมศูนย์หรือซ่อมอู่
  8. อุปกรณ์ตกแต่งเพิ่มเติม
  9. ความคุ้มครองภัยน้ำท่วมหรือภัยธรรมชาติที่ต้องการ

ข้อมูลที่ครบถ้วนจะช่วยให้เปรียบเทียบเบี้ยและเงื่อนไขจากแต่ละบริษัทได้ตรงกับความเสี่ยงจริงมากขึ้น

คำถามที่ควรถามก่อนซื้อประกันรถยนต์

  • ทุนประกันเหมาะสมกับราคาตลาดของรถหรือไม่
  • ซ่อมศูนย์หรือซ่อมอู่ และมีอู่คู่สัญญาใกล้บ้านหรือไม่
  • มีค่าเสียหายส่วนแรกหรือไม่
  • น้ำท่วมและภัยธรรมชาติคุ้มครองหรือไม่
  • มีเงื่อนไขการระบุชื่อผู้ขับขี่อย่างไร
  • อุปกรณ์ตกแต่งรถคุ้มครองเท่าไร
  • มีบริการช่วยเหลือฉุกเฉินหรือรถยกหรือไม่
  • ขั้นตอนแจ้งเคลมและติดตามสินไหมเป็นอย่างไร

 สนใจทำประกัน ออนไลน์ | ขอข้อเสนอประกันรถยนต์ออนไลน์
 Asinlife ช่วยวิเคราะห์และเปรียบเทียบความคุ้มครองจากหลายแผน เพื่อให้เหมาะกับรถ งบประมาณ และรูปแบบการใช้งานของแต่ละคน
 ปรึกษาหรือสอบถามข้อมูลเพิ่ม  LINE: @Asinlife   |  095 952 6514  "ประกันที่เหมาะ ไม่ใช่แค่เบี้ยถูกที่สุดแต่ต้องช่วยลดภาระได้จริงในวันที่เกิดเหตุ"
 เงื่อนไข ความคุ้มครอง และการรับประกันภัยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของบริษัทประกันภัยแต่ละแห่ง โปรดศึกษารายละเอียดกรมธรรม์ก่อนตัดสินใจทำประกันภัย

กรณีศึกษา: เด็กอายุ 11 ปีขับรถเกิดอุบัติเหตุ ใครต้องรับผิด?
กรณีผู้ขับขี่เป็นเด็กอายุ 11 ปี ไม่มีใบอนุญาตขับขี่ และเกิดอุบัติเหตุจนมีผู้เสียชีวิต ไม่สามารถพิจารณาเฉพาะว่า “เด็กถูกลงโทษหรือไม่” แต่ต้องแยกความรับผิดออกเป็นหลายส่วน ได้แก่ ความรับผิดทางอาญา ความรับผิดของเจ้าของรถ ความรับผิดทางแพ่ง และสิทธิของผู้ประสบภัยจากประกันภัย

หมายเหตุประกอบภาพ: ภาพประกอบเพื่อการสื่อสาร ไม่ใช่ภาพเหตุการณ์จริง

1. ความรับผิดทางอาญาของเด็ก
ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 73 เด็กอายุยังไม่เกิน 12 ปี ซึ่งกระทำการอันกฎหมายบัญญัติเป็นความผิด ไม่ต้องรับโทษอาญา
ถ้อยคำดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าเหตุการณ์นั้นไม่มีความผิดเกิดขึ้น แต่หมายถึงกฎหมายกำหนดว่าเด็กในช่วงอายุนี้ไม่ต้องรับโทษทางอาญา
อย่างไรก็ตาม พนักงานสอบสวนต้องส่งตัวเด็กให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองเด็ก เพื่อดำเนินการคุ้มครองสวัสดิภาพตามกระบวนการที่กฎหมายกำหนด
แหล่งอ้างอิง:
พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา ฉบับที่ 29 พ.ศ. 2565 — ราชกิจจานุเบกษา

2. ความรับผิดของเจ้าของรถหรือผู้ดูแล
พระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 มาตรา 56 ห้ามมิให้เจ้าของรถหรือคนขับรถยินยอมให้บุคคลซึ่งไม่มีใบอนุญาตขับรถ หรือมีใบอนุญาตคนละประเภทที่ใช้แทนกันไม่ได้ เข้าขับรถของตน
ดังนั้น หากพิสูจน์ได้ว่าเจ้าของรถหรือผู้ครอบครองรถ ยินยอมให้เด็กนำรถไปขับ บุคคลนั้นอาจมีความรับผิดตามพระราชบัญญัติรถยนต์
แต่หากเด็กนำรถไปใช้เองโดยไม่ได้รับอนุญาต ยังต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม เช่น

  • กุญแจรถถูกเก็บรักษาไว้อย่างไร
  • ผู้ปกครองหรือเจ้าของรถทราบมาก่อนหรือไม่
  • เคยยินยอมให้เด็กขับรถมาก่อนหรือไม่
  • มีการสนับสนุนหรือปล่อยปละละเลยหรือไม่

จึงไม่ควรสรุปว่าพ่อแม่หรือเจ้าของรถมีความผิดโดยอัตโนมัติ ต้องพิจารณาจากพฤติการณ์และพยานหลักฐานของแต่ละกรณี
แหล่งอ้างอิง:
 พระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 — สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร
 คำอธิบายสาระสำคัญพระราชบัญญัติรถยนต์ — สำนักกฎหมาย กรมการขนส่งทางบก

3. ความรับผิดทางแพ่ง
ความรับผิดทางอาญาและความรับผิดทางแพ่งเป็นคนละส่วนกัน
แม้เด็กอายุไม่เกิน 12 ปีจะไม่ต้องรับโทษทางอาญา แต่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 429 กำหนดว่า ผู้เยาว์ยังต้องรับผิดในผลที่ตนทำละเมิด
บิดามารดาหรือผู้อนุบาลอาจต้องรับผิดร่วมกับผู้เยาว์ เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรแก่หน้าที่ดูแลแล้ว
ครอบครัวของผู้เสียหายอาจมีสิทธิเรียกร้องค่าสินไหมตามข้อเท็จจริงและกฎหมาย เช่น

  • ค่ารักษาพยาบาลก่อนเสียชีวิต
  • ค่าปลงศพและค่าใช้จ่ายที่จำเป็น
  • ค่าขาดไร้อุปการะ
  • ค่าเสียหายต่อทรัพย์สิน
  • ค่าเสียหายอื่นซึ่งกฎหมายรับรอง

จำนวนเงินที่เรียกร้องได้ต้องพิจารณาจากความเสียหายจริง หลักฐาน ความสัมพันธ์กับผู้เสียชีวิต และคำวินิจฉัยหรือคำพิพากษาในแต่ละคดี
แหล่งอ้างอิง:
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ฉบับปรับปรุง — สำนักกฎหมายและวิชาการศาลยุติธรรม

 
4. ประกันภัยคุ้มครองอย่างไร?
รณีเกิดอุบัติเหตุจากรถ ต้องตรวจสอบความคุ้มครองอย่างน้อย 2 ส่วน
4.1 ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ หรือ พ.ร.บ.
ผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถถือเป็นผู้ประสบภัย และอาจมีสิทธิได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถและเงื่อนไขกรมธรรม์
การที่ผู้ขับขี่ไม่มีใบอนุญาตขับขี่ ไม่ได้ทำให้สิทธิของบุคคลภายนอกซึ่งเป็นผู้ประสบภัยหมดไปโดยอัตโนมัติ แต่จำนวนเงินและสิทธิที่ได้รับต้องพิจารณาจากสถานะของผู้ประสบภัย ความรับผิด และเงื่อนไขตามกฎหมาย
แหล่งอ้างอิง:
พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 — สำนักงาน คปภ.
คู่มือตีความกรมธรรม์ประกันภัยคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ — สำนักงาน คปภ.
4.2 ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ
หากรถคันเกิดเหตุมีประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ ผู้เสียหายอาจได้รับค่าสินไหมเพิ่มเติมภายใต้หมวดความรับผิดต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของบุคคลภายนอก
บริษัทประกันภัยจะพิจารณาความรับผิดตามกฎหมาย ความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง วงเงินในตารางกรมธรรม์ และเงื่อนไขที่ใช้บังคับกับรถคันดังกล่าว
ส่วนความเสียหายต่อรถคันเกิดเหตุ ความคุ้มครองของผู้ขับขี่ และสิทธิที่บริษัทประกันภัยอาจใช้เรียกร้องคืน ต้องพิจารณาแยกจากสิทธิของบุคคลภายนอก และตรวจสอบจากกรมธรรม์ฉบับจริงเป็นรายกรณี
แหล่งอ้างอิง:
แบบและข้อความกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ — สำนักงาน คปภ.

บทเรียนจากกรณีนี้
เด็กไม่ต้องรับโทษอาญา ไม่ได้หมายความว่าไม่มีผู้ใดต้องรับผิด
อุบัติเหตุหนึ่งครั้งอาจเกี่ยวข้องพร้อมกันทั้ง

  • ความรับผิดทางอาญา
  • กระบวนการคุ้มครองเด็ก
  • ความรับผิดของเจ้าของรถ
  • ความรับผิดทางแพ่งของผู้เยาว์และผู้ปกครอง
  • สิทธิจาก พ.ร.บ. รถยนต์
  • ความคุ้มครองจากประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ

เจ้าของรถจึงควรเก็บรักษากุญแจรถอย่างปลอดภัย ไม่ยินยอมให้ผู้ไม่มีใบอนุญาตขับขี่นำรถไปใช้ และตรวจสอบวงเงิน                                                                                ความรับผิดต่อบุคคลภายนอกในกรมธรรม์ให้เหมาะสมกับความเสี่ยง

ข้อสงวนสิทธิ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้เบื้องต้นด้านกฎหมายและประกันภัย ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมายเฉพาะ
คดี การวินิจฉัยความรับผิดและการจ่ายค่าสินไหมต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริง พยานหลักฐาน กรมธรรม์ และกฎหมาย
ที่ใช้บังคับในวันที่เกิดเหตุ
 
 

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้