119 จำนวนผู้เข้าชม |
| การทำประกันบ้านหรือคอนโด “จุดตัดสินใจที่สำคัญที่สุด” คือการตั้ง ทุนประกัน (Sum Insured) ให้ใกล้เคียงความจริง เพราะทุนประกันคือ “เพดานสูงสุด” ที่บริษัทประกันจะชดใช้เมื่อเกิดความเสียหาย หากตั้งพลาด…คุ้มครองอาจไม่พอ หรือจ่ายเบี้ยแพงเกินจำเป็นโดยไม่คุ้มค่า |
| ✅ ทำไมตั้งทุนประกันให้ถูกต้องถึงสำคัญ 1. ทุนต่ำไป (Under-insured)= เสี่ยง “ชดเชยตามสัดส่วน” ถ้าบ้านมูลค่าจริงสูง แต่ทำทุนไว้ต่ำ เวลาเสียหาย บริษัทอาจชดใช้ “ตามสัดส่วน” ของทุนที่ทำไว้ (แนวคิดเดียวกับ Average Clause) ทำให้เราออกเงินส่วนต่างเอง 2. ทุนสูงไป (Over-insured) = เบี้ยแพงเกินจำเป็น ถึงทำทุนสูง ก็ไม่ได้แปลว่าจะได้เงินมากกว่าเหตุจริง เพราะการชดใช้จะอิง “ความเสียหายจริง” และไม่เกินมูลค่าทรัพย์สินในวันเกิดเหตุ |
| สูตรตั้งทุน “ตัวสิ่งปลูกสร้าง” (ไม่รวมที่ดิน) หลักคิดมาตรฐานคือ นับเฉพาะค่าก่อสร้างใหม่ของตัวบ้าน/ห้องชุด (ที่ดินไม่ถูกนับรวม) สูตรง่าย ๆ ทุนประกันสิ่งปลูกสร้าง = (ค่าก่อสร้างใหม่/ตร.ม.) × (พื้นที่ใช้สอยรวม) ค่าก่อสร้างใหม่/ตร.ม. เอามาจากไหนได้บ้าง - ราคาประเมินจากผู้ประเมิน/ธนาคาร/ราคากลาง หรือแหล่งอ้างอิงการประเมินที่เชื่อถือได้ - ปรับตามประเภทอาคาร (บ้านเดี่ยว, ทาวน์โฮม, ครึ่งตึกครึ่งไม้ ฯลฯ) |
คอนโดต้องคิดต่าง : “โครงสร้างอาคาร” & “ทรัพย์สินในห้อง” ทุน “ทรัพย์สินภายในบ้าน/ในห้อง” ประเมินยังไงให้แม่น
|
| ระวัง “ทำทุนต่ำ” แล้วเจ็บจริงเวลาเคลม (ตัวอย่างให้เห็นภาพ) สมมติบ้านมูลค่าก่อสร้างใหม่จริง 5,000,000 บาท แต่ทำทุนไว้ 3,000,000 บาท (คิดเป็น 60%) ถ้าเกิดความเสียหาย 1,000,000 บาท บริษัทอาจชดใช้เพียง 60% = 600,000 บาท และเราออกส่วนต่างเอง 400,000 บาท (ขึ้นกับเงื่อนไขกรมธรรม์) |
| อย่าลืม “ภัยพิบัติ” วงเงินอาจแยกจากทุนหลัก ประกันอัคคีภัยพื้นฐานบางแบบอาจไม่รวมภัยธรรมชาติครบเสมอไป โดยเฉพาะ น้ำท่วม / แผ่นดินไหว / ลมพายุ และบางครั้งวงเงินภัยพิบัติอาจ “จำกัด” หรือ “แยกวงเงิน” ควรเช็กให้ชัดก่อนซื้อ/ก่อนต่ออายุ |