81 จำนวนผู้เข้าชม |
| ประกันภัยที่อยู่อาศัยที่มี ครอบคลุมความกังวลครบหรือยัง? เวลามีเหตุไม่คาดฝันเกิดขึ้นกับบ้านหรือคอนโด “คำถามแรก” ไม่ใช่แค่ว่าซ่อมเท่าไหร่…แต่คือ กรมธรรม์ที่มีคุ้มครองจริงไหม..? และคุ้มครองแค่ไหน..? เพราะประกันที่อยู่อาศัยไม่ได้มีไว้รับมือ“ไฟไหม้”อย่างเดียวแต่ยังมีความเสี่ยงอีกหลายเรื่องที่เกิดขึ้นได้ในชีวิตจริง เช่น น้ำรั่วท่อแตก ลมพายุหลังคาเสียหาย หรือแผ่นดิไหว เลือกประกันบ้าน/คอนโด และประกันธุรกิจ SME ให้คุ้มครอง “ครบ–คุ้มค่า” ต้องเคลียร์ให้ชัดว่า คุ้มครองอะไร/ไม่คุ้มครองอะไร ก่อนจ่ายเบี้ย |
| อัคคีภัยทั่วไป & ประกันบ้าน/คอนโด ต่างกันตรงไหน? หลายคนมี “ประกันอัคคีภัย” อยู่แล้วเลยคิดว่าพอ แต่ความจริง แผนคนละกลุ่ม ความคุ้มครองคนละระดับ 1) กรมธรรม์อัคคีภัยแบบทั่วไป (พื้นฐาน) โดยหลักจะคุ้มครองภัยพื้นฐาน เช่น
มักออกแบบมาให้ “ใช้จริงในชีวิตบ้าน” มากกว่า จึงขยายความคุ้มครองให้ครอบคลุมเหตุที่เจอบ่อย เช่น
|
| ประกันบ้านคุ้มครอง “ส่วนไหน” ของบ้าน? โดยทั่วไปประกันบ้าน/คอนโดจะคุ้มครองหลัก ๆ ที่ สิ่งปลูกสร้าง เช่น
ข้อควรรู้: หลายกรมธรรม์มัก ไม่รวมรากฐานหรือโครงสร้างใต้ดิน และ “ทรัพย์สินภายในบ้าน” อาจต้องซื้อเพิ่มหรือเลือกแผนที่ครอบคลุมทรัพย์สินด้วย |
| จุดที่ต้องเช็กให้ชัดก่อนซื้อ/ต่ออายุ (กันพลาดแบบคนมีประกันแต่เคลมไม่ได้) 1.คุ้มเฉพาะตัวบ้าน หรือรวมของในบ้านด้วย? 2.คุ้มครองภัยน้ำแบบไหน? (ท่อแตก/น้ำล้น/น้ำฝนเข้า/น้ำท่วม เป็นคนละเรื่องกัน) 3.ภัยธรรมชาติซื้อเพิ่มหรือรวมอยู่แล้ว? และมีเงื่อนไขพื้นที่เสี่ยงหรือไม่ 4.แผ่นดินไหวต้องซื้อเพิ่มไหม และมีวงเงิน/เงื่อนไขเฉพาะหรือไม่ 5.ทุนประกันเหมาะกับมูลค่าจริงไหม (ต่ำไปเคลมไม่พอ สูงไปจ่ายเกินจำเป็น) 6.ข้อยกเว้นสำคัญ เช่น ความเสื่อมสภาพ การบำรุงรักษาไม่เพียงพอ การซ่อมแซมที่ไม่มาตรฐาน ฯลฯ 7.มี Deductible/ส่วนแรกเสียหายไหม (โดยเฉพาะภัยธรรมชาติบางประเภท) |
| All Risk คืออะไร ทำไมจ่ายเพิ่มนิดเดียวแต่ลดความงงได้มาก? ถ้าการแยกภัยแบบระบุภัย (Named Peril) ทำให้สับสนว่า “เคสนี้อยู่ภัยไหน” อีกทางเลือกที่นิยมคือแผน คุ้มครองความเสี่ยงภัยทุกชนิด (All Risk) แนวคิดของ All Risk คือ คุ้มครองความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมด “ยกเว้น” สิ่งที่ระบุเป็นข้อยกเว้นไว้ในกรมธรรม์ ดังนั้นก่อนตัดสินใจ บอสกันควรดู 2 อย่างนี้ให้ชัด:
|
| Home Assistance 24 ชม. ตัวช่วยที่หลายคน “มีแต่ไม่เคยใช้” นอกจาก “เงินค่าสินไหม” อีกสิ่งที่ทำให้ประกันบ้านคุ้มขึ้นแบบรู้สึกได้คือ บริการช่วยเหลือฉุกเฉินภายในบ้าน (Home Assistance) ตัวอย่างบริการที่มักพบในหลายแผน (ขึ้นกับบริษัท/แพ็กเกจ):
|
| สรุปเช็กลิสต์ 10 ข้อ (อ่านจบเช็กได้ทันที) 1.แผนที่มีเป็น “อัคคีภัยทั่วไป” หรือ “ประกันที่อยู่อาศัย” 2.คุ้มครองครบ 3 ภัยพื้นฐาน (ไฟไหม้/ฟ้าผ่า/ระเบิด) หรือไม่ 3.มีความคุ้มครองเพิ่มสำหรับ “ยานพาหนะ/อากาศยาน/ภัยน้ำ” หรือไม่ 4.ภัยธรรมชาติ (ลมพายุ/น้ำท่วม/ลูกเห็บ/แผ่นดินไหว) รวมไหม หรือซื้อเพิ่ม 5.คุ้มครองเฉพาะสิ่งปลูกสร้าง หรือรวมทรัพย์สินภายใน 6.ทุนประกันเหมาะกับมูลค่าจริงหรือไม่ 7.มีวงเงินย่อย/เงื่อนไขเฉพาะในบางความคุ้มครองหรือไม่ 8.มี Deductible หรือไม่ และเคสไหนบ้าง 9.มี Home Assistance ครอบคลุมบริการที่บ้านใช้จริงหรือไม่ 10.อ่านข้อยกเว้น 3 เรื่องหลัก: เสื่อมสภาพ/บำรุงรักษา/ความเสียหายที่เกิดซ้ำจากจุดเดิม |
| FAQ (ถาม-ตอบ) Q1: ประกันบ้านคุ้มครองน้ำท่วมเลยไหม? A: หลายแผนต้อง “ซื้อเพิ่ม” และอาจมีเงื่อนไขพื้นที่เสี่ยง ควรตรวจสอบก่อนทำ Q2: น้ำรั่วจากท่อแตกกับน้ำท่วม ต่างกันยังไงในมุมประกัน? A: โดยหลัก “ภัยน้ำจากท่อรั่ว/ล้น” มักเป็นความคุ้มครองคนละส่วนกับ “น้ำท่วมภัยธรรมชาติ” ต้องดูว่ากรมธรรม์เขียนครอบคลุมแบบไหน Q3: คอนโดควรทำประกันอะไรบ้าง? A: อย่างน้อยควรมีแผนคุ้มครองห้องชุด/ส่วนปรับปรุง และพิจารณาเพิ่มความคุ้มครองทรัพย์สินภายในห้องตามมูลค่าจริง Q4: All Risk คือคุ้มครองทุกอย่างจริงไหม? A: แนวคิดคือคุ้มครองกว้างขึ้น แต่ยังมี “ข้อยกเว้น” ต้องอ่านรายการยกเว้นและวงเงินย่อยเสมอ Q5: Home Assistance ใช้ยังไง? A: โดยทั่วไปจะติดต่อผ่านช่องทางที่ระบุในกรมธรรม์/เอกสารแนบท้าย แล้วแจ้งเหตุและนัดช่างตามเงื่อนไขบริการ |
| ถ้ายังไม่แน่ใจว่า “ประกันบ้าน/คอนโดที่มี” คุ้มครองครบจริงไหม ส่งหน้ากรมธรรม์/ทุนประกัน/ความคุ้มครองที่มีมาให้เช็กได้ครับ จะได้เลือกแผนที่คุ้มค่า ครอบคลุมความเสี่ยงที่บ้านคุณเจอจริง Asinlife ประกันภัยง่าย ครบ จบที่เรา สอบถามข้อมูลโทร : 095 952 6514 Line OA : @Asinlife |
|