ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พรบ)

4405 จำนวนผู้เข้าชม  |  ประกันภัยรถยนต์

ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พรบ)

ทำไมกฎหมายต้องบังคับให้ทำประกัน พ.ร.บ. ? 
     - เพื่อคุ้มครองและให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชนผู้ประสบภัยจากรถ ที่ได้รับบาดเจ็บ / เสียชีวิต
     - เพราะเหตุประสบภัยจากรถ
     - เป็นหลักประกันให้กับโรงพยาบาล / สถานพยาบาลว่าจะได้รับค่ารักษาพยาบาล
     - เป็นสวัสดิการสงเคราะห์ที่รัฐมอบให้แก่ประชาชนผู้ได้รับความเสียหาย
     - ส่งเสริมและสนับสนุนให้การประกันภัยเข้ามามีส่วนร่วมในการบรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้ประสบภัยและครอบครัว

ภาคบังคับรถประเภทใดที่ต้องทำประกันภัย พ.ร.บ. 
     - รถทุกชนิด ทุกประเภทตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ กฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก กฎหมายว่าด้วยรถยนต์ทหาร ที่เจ้าของมีไว้ใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ไม่ว่ารถดังกล่าวจะเดินด้วยกำลัง เครื่องยนต์ กำลังไฟฟ้า หรือพลังงานอื่น เช่น
         + รถยนต์
         + รถจักรยานยนต์
         + รถสามล้อเครื่อง
         + รถโดยสาร
         + รถบรรทุก
         + หัวรถลากจูง
         + รถพ่วง
         + รถบดถนน
         + รถอีแต๋น
         + ฯลฯ
     - รถบางประเภท ที่กรมการขนส่งทางบกไม่รับจดทะเบียน แต่หากเข้าข่ายว่ารถนั้นเดินด้วยกำลังเครื่องยนต์ กำลังไฟฟ้า หรือพลังงานอื่นแล้ว ก็จัดเป็นรถที่ต้องทำประกันภัยตาม พ.ร.บ.

รถประเภทใดที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องทำ พ.ร.บ. 
     - รถสำหรับเฉพาะองค์พระมหากษัตริย์ พระรัชทายาท และผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์
     - รถของสำนักพระราชวังที่จดทะเบียน และมีเครื่องหมายตามระเบียบที่เลขาธิการพระราชวังกำหนด
     - รถของกระทรวง ทบวง กรม และส่วนราชการต่าง ๆ รถยนต์ทหาร
     - รถของหน่วยงานธุรการขององค์กรที่จัดตั้งขึ้นตามรัฐธรรมนูญและหน่วยงานธุรการ ที่เป็นอิสระขององค์กรใด ๆ ที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญ
 
ความคุ้มครองเบื้องต้นตาม พ.ร.บ.  โดยไม่ต้องรอพิสูจน์ความผิด

กรณี

รายละเอียดการได้รับชดใช้

จำนวนเงิน (บาท)

บาดเจ็บ

ค่ารักษาพยาบาล และ ค่าใช้จ่ายจำเป็นเกี่ยวกับการรักษา

ตามที่จ่ายจริง
แต่ไม่เกิน 30,000

เสียชีวิต

ค่าปลงศพ และค่าใช้จ่ายจำเป็นเกี่ยวกับการจัดการศพ

35,000 บาท

สูญเสียอวัยวะหรือทุพพลภาพ

ค่าชดเชย

เสียชีวิตภายหลังการรักษาพยาบาล สูญเสียอวัยวะหรือทุพพลภาพ

ค่ารักษาพยาบาลตามที่จ่ายจริง (1)

ไม่เกิน 30,000 บาท

ค่าปลงศพหรือค่าชดเชย (2)

จำนวน 35,000 บาท

รวมแล้วจะได้รับค่าเสียหายเบื้องต้น (1) + (2)

รวมแล้ว
ไม่เกิน 65,000 บาท

ค่าเสียหายส่วนเกินกว่าค่าเสียหายเบื้องต้น 
     เป็นค่าเสียหายที่บริษัทจะชดใช้ให้ ภายหลังจากที่มีการพิสูจน์ความรับผิดตามกฎหมายแล้ว โดยบริษัทที่รับประกันภัยเป็นฝ่ายผิดต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหาย เมื่อรวมกับค่าเสียหายเบื้องต้นที่ผู้ประสบภัย/ทายาทได้รับแล้ว เป็นดังนี้ (เริ่ม 1 เมษายน 2559)

กรณี

รายละเอียดการได้รับชดใช้

จำนวนเงิน (บาท)

บาดเจ็บ

เป็นค่ารักษาพยาบาล
และค่าใช้จ่ายอันจำเป็นเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล

ตามที่จ่ายจริง
แต่ไม่เกิน 80,000

ได้รับเงินชดเชยกรณีนอนรักษาตัวในสถานพยาบาล

200 บาทต่อวัน
สูงสุด 20 วัน

เสียชีวิตหรือสูญเสียอวัยวะ
หรือ ทุพพลภาพ

ไม่ว่าจะมีการรักษาพยาบาลหรือไม่

300,000 บาท

ข้อยกเว้น 
     - สงคราม การรุกราน การกระทำของศัตรูต่างชาติ การสู้รบ หรือกาปฏิบัติการที่มีลักษณะเป็นการทำสงคราม (จะได้ประกาศสงครามหรือไม่ก็ตาม)
     - สงครามกลางเมือง การแข็งข้อของทหาร การกบฎ การปฏิวัติ การต่อต้านรัฐบาล การยึดอำนาจการปกครองโดยกำลังทหารหรือประการอื่น ประชาชนก่อความวุ่นวายถึงขนาด หรือเท่ากับการลุกฮือต่อต้านรัฐบาล
     - วัตถุอาวุธปรมณู
     - การแตกตัวของประจุ การแผ่รังสี การกระทบกับกัมมันตภาพรังสีจากเชื้อเพลิงปรมาณูอันเกิดจากการเผาไหม้เชื้อ เพลิงปรมาณู และสำหรับจุดประสงค์ข้อสัญญานี้การเผาไหม้นั้นรวมถึงกรรมวิธีใดๆ แห่งการแตกแยกปรมาณูซึ่งดำเนินติดต่อไปด้วยตัวมันเอง
     - ความเสียหายที่เกิดจากรถที่ถูกยักยอก ฉ้อโกง กรรโชก ลักทรัพย์ รีดเอาทรัพย์ ชิงทรัพย์หรือปล้นทรัพย์
     - การใช้นอกประเทศไทย
     - การใช้ในทางที่ผิดกฎหมาย ได้แก่ ใช้รถไปปล้นทรัพย์ ชิงทรัพย์ หรือใช้ในการขนยาเสพติด เป็นต้น
     - การใช้ในการแข่งขันความเร็ว

ผู้ประสบภัยเป็นผู้โดยสาร พ.ร.บ. คุ้มครองเท่าใด

กรณี

รายละเอียดการได้รับชดใช้

จำนวนเงิน (บาท)

รถตั้งแต่ 2 คันขึ้นไป ชนกัน
ต่างฝ่ายต่างมีประกันตาม พ.ร.บ.
และไม่มีผู้ใดยอมรับผิดในเหตุที่เกิด

ผู้ประสบภัยที่เป็นผู้โดยสาร
จะได้รับความคุ้มครองตามหลักการสำรองจ่าย

-

บาดเจ็บ

บริษัทจะสำรองจ่ายค่ารักษาพยาบาลตามใบเสร็จแก่ผู้ประสบภัย

ไม่เกิน50,000 บาท ต่อคน

บริษัทจะสำรองจ่ายเงินชดเชยกรณีนอนรักษาตัวในสถานพยาบาล

200 บาท ต่อวัน
สูงสุด 20 วัน

เสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ
หรือทุพพลภาพอย่างถาวร

บริษัทจะสำรองจ่ายทดแทน / ค่าปลงศพ-ค่าชดเชย แก่ทายาทผู้ประสบภัย

200,000 บาท ต่อคน

ความคุ้มครองกรณีอุบัติเหตุที่ไม่มีคู่กรณี

กรณี

รายละเอียดการได้รับชดใช้

จำนวนเงิน (บาท)

ผู้ประสบภัย ที่เป็นผู้ขับขี่และเป็นฝ่ายผิดเอง
หรือไม่มีผู้ใดรับผิดตามกฎหมายต่อผู้ขับขี่ที่ประสบภัย

ผู้ประสบภัยที่เป็นผู้ขับขี่
จะได้รับความคุ้มครอง

ไม่เกิน
ค่าเสียหายเบื้องต้น

ผู้ประสบภัย ที่เป็น ผู้โดยสาร / บุคคลภายนอกรถ

กรณีบาดเจ็บ

ค่ารักษาพยาบาล
ไม่เกิน 50,000 บาท

เงินชดเชยกรณีนอนรักษาตัว
ในสถานพยาบาล 200 บาท ต่อวัน
สูงสุด 20 วัน

กรณีเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ/ทุพพลภาพอย่างถาวร

200,000 บาท

*ทั้งนี้ ผู้ขับขี่รถที่บริษัทรับประกันภัยไว้ต้องเป็นฝ่ายผิดตามกฎหมาย

ความคุ้มครองในกรณีสูญเสียอวัยวะ/ทุพพลภาพ 
     ผู้ประสบภัยจากรถที่ต้องสูญเสียอวัยวะ / ทุพพลภาพอย่างถาวร ที่จะได้รับจำนวนเงินความคุ้มครอง
35,000 หรือ 200,000 บาท ในกรณีใดกรณีหนึ่ง ต่อไปนี้
     - ตาบอด
     - หูหนวก
     - เป็นใบ้หรือเสียความสามารถในการพูด หรือลิ้นขาด
     - สูญเสียอวัยวะสืบพันธุ์
     - เสียแขน ขา มือ เท้า นิ้ว หรืออวัยวะอื่นใด
     - จิตพิการอย่างติดตัว
     - ทุพพลภาพอย่างถาวร

การยื่นขอรับค่าเสียหายเบื้องต้น 
     เมื่อความเสียหายเกิดขึ้นแก่ผู้ประสบภัย ต้องยื่นคำร้องขอรับค่าเสียหายเบื้องต้นภายใน 180 วัน
นับแต่วันที่ความเสียหายเกิดขึ้น โดยยื่นคำร้องต่อ บริษัทประกันภัย หรือบริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถฯ หรือ สำนักงานกองทุนทดแทนผู้ประสบภัย(กรณีไม่สามารถเรียกร้องค่าเสียหาย จากบริษัทประกันภัยได้)

หลักฐานในการยื่นขอรับค่าเสียหายเบื้องต้น 
     - ใบเสร็จรับเงินค่ารักษาพยาบาลของโรงพยาบาล / สถานพยาบาล
     - สำเนาบัตรประชาชน หรือ หลักฐานอื่นใดที่ทางราชการเป็นผู้ออกให้ ที่สามารถพิสูจน์ได้ว่าผู้มีชื่อในบัตรเป็นผู้ประสบภัย
     - สำเนากรมธรรม์ประกันภัย หรือ เครื่องหมายที่แสดงว่ารถมีประกันภัย
     - สำเนาใบมรณบัตร กรณีเสียชีวิต
     - สำเนาบันทึกประจำวันตำรวจ
     - สำเนาทะเบียน และสำเนาบัตรประจำตัวของทายาท กรณีผู้ประสบภัยเสียชีวิต

กองทุนทดแทนผู้ประสบภัยคืออะไร ? 
     - กองทุนทดแทนผู้ประสบภัย ตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535
     - มีหน้าที่ จ่ายค่าเสียหายเบื้องต้นแก่ผู้ประสบภัย หากผู้ประสบภัยไม่ได้รับการชดใช้จากบริษัทประกันภัย / เจ้าของรถที่ไม่จัดให้มีประกันภัย หรือไม่สามารถเรียกร้องจากที่ใดได้ เช่น รถชนแล้วหนี เจ้าของรถที่ไม่จัดให้มีประกันภัยไม่จ่ายค่าเสียหาย ฯลฯ การยื่นขอรับค่าเสียหาย เบื้องต้นจากกองทุนฯ ผู้ประสบภัย / ทายาท ต้องยื่นภายใน 180 วัน นับแต่วันเกิดเหตุ

เบี้ยประกันภัย พ.ร.บ.

ประเภทรถเบี้ยประกันภัย (บาท)
รถยนต์นั่งส่วนบุคคล (1.10)645.21
รถกระบะบรรทุก (1.40A)967.28
รถกระบะโดยสาร (1.20A)1,182.35
 
 

Powered by MakeWebEasy.com